Categories
ต้นไม้ปลูกในบ้าน

ปลูกผักสวนครัวบริเวณพื้นที่จำกัด

ในสถานการณ์ที่โควิด-19 ระบาดอยู่ในประเทศไทยและทั่วโลกอย่างนี้ การอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจึงจำเป็นต้องทำอาหารกินเองเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและสรรหาวัตถุดิบเอง

ซึ่งการปลูกผักสวนครัวไว้ในบ้านนั้นเป็นทางเลือกที่ดี แต่สำหรับคนเมืองที่บ้านมีพื้นที่น้อยอาจคิดว่าเป็นเรื่องยาก เชื่อหรือไม่ว่าการปลูกผักสามารถทำได้ทุกที่ซึ่งใครที่ยังนึกภาพไม่ออกตามมาทางนี้ เรามีวิธีปลูกผักในพื้นที่จำกัดมาฝาก

เริ่มจากการวางแผนทำแปลงผัก โดยเลือกพื้นที่ที่แสงแดดส่งถึงและสามารถรดน้ำได้อย่างสะดวก ถ้าสะดวกทำก๊อกน้ำเพิ่มก็ดี เราสามารถทำแปลงผักเล็ก ๆ บนดินได้ อาจใช้โต๊ หรือชั้นไม้ที่นำมาวางกระถางผักได้ แล้วยังนำเอาของเหลือใช้มาทำเป็นกระถางสำหรับปลูกผักได้ด้วย สำหรับดินใช้ดินผสมกาบมะพร้าวสับหรือใบก้ามปูที่มีขายทั่วไปได้เลย

สำหรับสิ่งของเหลือใช้ที่นำมา DIY เป็นกระถางปลูกผักสวนครัวได้โดยที่เราไม่ต้องทิ้ง ไม่เป็นการเพิ่มขยะ และข้อดีของกระถางคือสามารถเคลื่อนย้ายและวางไว้ตรงไหนก็ได้ 

1. แก้วน้ำพลาสติก ที่ได้มาจากการดื่มกาแฟ ชาไข่มุกและเครื่องดื่มต่าง ๆ ถ้าจะทิ้งไปก็เสียดาย นำมาเปลี่ยนเป็นกระถางสำหรับปลูกผักดีกว่า แถมยังใช้ง่ายเพียงแค่เจาะรู้ที่ก้นแก้วแล้วใส่ดินก็สามารถปลูกได้เลย

2. ลังไม้ ที่ไม่ได้ใช้ใส่ของแล้ว นำมาแปลงร่างเป็นกระถางได้ ด้วยรูปลักษณ์ที่สวยงาม ดูมีสไตล์ แค่ใส่ดินเข้าไปแล้วปลูกผัก ทุกบ้านก็จะมีผักไว้กินเป็นการใช้ตกแต่งบ้านได้อีกด้วย

3. แกลลอนเก่า ไม่ว่าจะเป็นแกลลอน นม น้ำมัน เราก็นำมาล้างให้สะอาดแล้วผ่าครึ่ง เจาะรู ก็จะได้กระถางเก๋ ๆ ไว้ปลูกผักกินเองแล้ว

4. ยางรถยนต์ ที่มีความแข็งแรง ทนทาน และขนาดกำลังดี นำมาใช้ได้ 2 แบบคือ แบบดั่งเดิมไม่ต้องดัดแปลงอะไร โดยนำมาวางไว้ในที่ที่ต้องการแล้วนำดินใส่ตรงกลางล้อก็สามารถปลูกผักได้เลย อีกแบบหนึ่งคือต้องผ่าครึ่งก่อนแล้วนำมาปลูกผัก

5. ถังน้ำเก่า ที่ไม่สามารถใส่น้ำได้แล้วซึ่งเป็นภาชนะที่ทนทาน เปลี่ยนวิธีใช้งานมาเป็นปลูกผักแทนแล้วยังประดับสวนได้สวยงามไม่เหมือนใครอีกด้วย

จากนั้นเลือกผักที่จะนำมาปลูก โดยเลือกแบบที่ปลูกง่ายก่อน โตง่าย ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม หากเริ่มจากสิ่งที่ง่ายก่อนจะเราให้เราพัฒนาไปได้โดยที่ไม่เสียกำลังใจ เช่น โหระเพรา โหระพา กวางตุ้ง ผักบุ้ง ผักกาด เป็นต้น จะปลูกในแปลงหรือในกระถางก็ดีนะ

ไม่ว่าบ้านของคุณจะมีเนื้อที่จำกัดเพียงใดก็สามารถปลูกผักสวนครัวได้  หากนำวิธีการเหล่านี้ไปใช้ ทุกคนก็จะมีผักสด ๆ ที่ปลอดภัยไว้รับประทานกันในบ้านแล้ว ยุคโควิด-19นี้ทั้งประหยัดเงินในกระเป๋า และไม่เสี่ยงในการติดเชื้อ

Categories
โครงสร้างบ้าน

วิธีการเลือกซื้อมือจับประตูกระจกอย่างไรให้ใช้งานได้ยาวนาน

เรียกได้ว่าในปัจจุบันมีการสร้างบ้านแบบที่มีประตูกระจกติดเกือบทั้งหลังถือว่าเป็นที่ได้รับความนิยมจากนักแต่งบ้านส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้ เพราะการติดตั้งประตูกระจกนั้นจะมีข้อดีตรงที่ว่าสามารถใช้งานได้ง่าย ดูแลรักษาไม่ง่าย แถมยังทำให้บ้านมีความสวยงามมากขึ้น

อีกทั้งการเลือกวัสดุที่จะมาทำมือจับประตูกระจกก็ถือว่ามีความสำคัญเลยทีเดียว เพราะในส่วนของที่จับประตูจะมีการสัมผัสเปิดไปมาอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเพื่อการใช้งานของที่จับประตูในแบบที่ยาวนานและคุ้มค่า เราควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

1.วัสดุที่เลือกใช้

ซึ่งวัสดุที่ใช้ทำมือจับประตูกระจกก็จะมีมากมายและหลากหลายชนิด โดยวัสดุที่ใช้ทำส่วนใหญ่จะเป็นแบบสเตนเลสและแบบอลูมิเนียม เพราะวัสดุจำพวกนี้สามารถใช้งานได้ยาวนาน มีความทนทาน และสามารถดูแลรักษาได้ง่าย

เพราะเพียงแค่เรานำผ้าสะอาดชุบน้ำแล้วมาเช็ดบริเวณที่จับ เพียงเท่านี้ก็ดูสะอาดและเหมือนใหม่แล้ว อีกทั้งราคาของที่จับแบบสเตนเลสและแบบอลูมิเนียมในปัจจุบันก็จะมีราคาที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสวยงามและการออกแบบ

2.การเลือกที่จับประตูให้มีขนาดเหมาะกับประตูกระจก

ซึ่งการเลือกซื้อที่จับประตูเราจะต้องคำนึงถึงขนาดและชนิดของประตูกระจกเป็นหลัก ซึ่งถ้าหากเราเลือกที่จับประตูที่มีความไม่เหมาะสมกับประตูกระจกก็อาจจะส่งผลเสียเกิดขึ้นในภายหลัง

โดยเฉพาะกระจกประเภทเทมเปอร์ซึ่งถ้าหากมีการคำนวณผิดพลาดเราก็ไม่สามารถเจาะกระจกเพื่อติดตั้งที่จับประตูได้ ก็จะทำให้เราเสียเงินโดยใช้เหตุที่จะทำการรื้อถอนและแก้ไขต่อไป

3.การสั่งทำที่จับประตูแบบพิเศษ

ซึ่งการที่เราสั่งทำที่จับประตูจะมีข้อดีตรงที่ว่าเราจะได้ขนาดของที่จับที่มีขนาดที่พอดี และมีความเหมาะสมกับประตูกระจกของเรา ซึ่งที่จับประตูแบบสั่งทำก็จะมีการทำมาจากวัสดุสเตนเลสแบบอย่างดี และเราสามารถเลือกดีไซน์ที่จับประตูได้ในแบบที่หลากหลาย

โดยการสั่งทำที่จับประตูแบบพิเศษเราสามารถปรึกษาช่างที่มีความชำนาญเพื่อปรึกษาในเรื่องของการออกแบบและวัสดุที่ใช้ทำ ซึ่งช่างก็จะมีการสั่งตัดและประกอบให้แล้วเสร็จประมาณ 3-4 วัน เราก็จะได้ที่จับประตูแบบชนิดสั่งทำแบบพิเศษมาติดตั้งที่ประตูกระจกของเรา

4. การวิธีติดตั้งที่จับประตูด้วยตนเอง

ในปัจจุบันถือว่ามีที่จับประตูออกมาจำหน่ายมากมายและมีหลากหลายรูปแบบ โดยเราสามารถเลือกซื้อที่จับประตูได้ในแบบที่ต้องการ และนำมาติดตั้งด้วยตนเองในแบบวิธีง่าย ๆ เพียงแค่เรานำไปติดตั้งในส่วนของเฟรมกระจก

แล้วทำการเจาะรู ใส่ตะปูเกลียวลงไป พอจากนั้นเราก็นำที่จับประตูใส่ไปในจุดที่เราทำการเจาะรูร้อยตะปูเกลียว และนำสว่านมาเจาะยึดนำร่องให้มีความแข็งแรงมากขึ้น

โดยมือจับประตูกระจกถือว่ามีวัสดุให้เราได้เลือกมากมายและหลากหลายรูปแบบ ซึ่งบางรุ่นก็จะมีรูปทรงและมีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป อีกทั้งการติดตั้งที่จับประตูกระจกเรายังสามารถทำได้ตนเองโดยที่ไม่ต้องจ้างช่างมาติดตั้งให้เสียเงินอีกด้วย

Categories
โครงสร้างบ้าน

ออกแบบขนาดบันไดอย่างไรให้มีความเหมาะสมกับอาคาร

ถ้าจะพูดถึงบันไดแล้วหน้าที่หลัก ๆ มีเอาไว้สำหรับการเดินขึ้นหรือเดินลงในบริเวณชั้นสองหรือชั้นถัดไปของอาคาร โดยการสร้างบันไดนั้นเราจะต้องคำนึงถึงเหตุปัจจัยในหลายอย่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นขนาดความกว้าง ความสวยงาม และรวมไปถึงการคำนึงถึงความปลอดภัยในขณะใช้งานด้วย

จึงทำให้การสร้างบันไดจะต้องมีการออกแบบขนาดบันไดให้มีความเหมาะสมกับตัวอาคารและขนาดของบันไดจะต้องดูไม่ชันจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้เดินขึ้นลงไม่สะดวก ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยในขณะการใช้งานการสร้างบันไดเราควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

1.ขนาดบันไดที่ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัย

ซึ่งขนาดของบันไดจะต้องมีความสูงประมาณ 80 ซม. และจะต้องมีการสร้างบริเวณลูกตั้งไม่เกิน 20 ซม. โดยพื้นที่บริเวณบันไดจะต้องมีการออกแบบและสร้างให้ดูไม่แคบหรือชันจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้ขึ้นลงไม่สะดวกและรวมไปถึงอาจมีการเกิดอุบัติเหตุในขณะที่ใช้งานอีกด้วย

2.การสร้างบันไดหนีไฟที่มีความมาตรฐาน 

ซึ่งการออกแบบบันไดหนีไฟที่มีความเหมาะสมจะต้องมีความสูงไม่เกิน 23 เมตร และวัสดุที่ใช้ทำบันไดหนีไฟจะต้องเป็นวัสดุที่สามารถทนไฟได้เป็นอย่างดี อีกทั้งบันไดจะต้องความลาดชันที่ไม่น้อยกว่า 60 องศา เนื่องจากเวลาใช้งานหรือขึ้นลงบันไดจะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุหรือลื่นล้ม

3.ขนาดของลูกตั้งที่มีความปลอดภัยโดยลูกตั้ง

คือระยะแนวตั้งของบันได ซึ่งจะต้องมีการสร้างที่มีความสูงไม่เกิน 20 เซนติเมตร เพื่อจะทำให้สะดวกในการเดินขึ้นลงบันได ดังนั้นถ้าสร้างบันไดที่มีลูกตั้งสูงเกินมาตรฐานก็จะทำให้เราก้าวขึ้นบันไดลำบาก และยังส่งผลทำให้เกิดอุบัติเหตุในขณะใช้งานอีกด้วย

4.ขนาดของลูกนอนต้องได้มาตรฐา

ลูกนอน คือระยะความราบของแนวขั้นบันได โดยถ้าเป็นบันไดที่สร้างในอาคารจะต้องมีลูกนอนที่กว้างไม่เกิน 25 เซนติเมตร เพื่อเป็นการทำให้บันไดดูมีความสมดุลและสะดวกต่อการใช้งาน

5.การออกแบบราวบันใดให้มีความปลอดภัย

ราวบันไดถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุดเลยทีเดียว เพราะราวบันไดหรือที่จับบันไดนั้นจะช่วยประคองให้เราสามารถเดินขึ้นบันไดได้อย่างสะดวกสบาย โดยขนาดของบันไดที่ควรสร้างจะต้องมีความสูงไม่เกิน 80-90 เซนติเมตร

ซึ่งในระดับนี้จะเป็นระยะของราวบันไดที่เราสามารถจับได้ถึง และยังเป็นระดับที่มีความเหมาะในการสร้างราวบันไดในตัวอาคารหรือตามที่อยู่อาศัยอีกด้วย

ซึ่งการสร้างบันไดเรียกได้ว่าเราจะต้องคำนึงถึงในถึงปัจจัยในหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นความสูงของลูกตั้งลูกนอน ขนาดบันได และรวมไปถึงวัสดุที่ใช้สร้างบันไดด้วย เพื่อที่เราจะได้บันไดที่มีมาตรฐานและสะดวกต่อการใช้งาน อีกทั้งยังเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุลื่นล้มในขณะที่ขึ้นลงบันไดอีกด้วย

Categories
ต้นไม้ปลูกในบ้าน

ต้นทองอุไรพืชริมรั้ว กับประโยชน์ที่หลายคนไม่รู้

ต้นทองอุไร ดอกไม้สีเหลืองชวนมอง ที่หลาย ๆ คนนิยมปลูกไว้ริมรั้วบ้าน ด้วยรูปลักษณ์ทรงกรวยสีเหลืองทองสวยโดดเด่นสะดุดตา เห็นมาแต่ไกล อีกทั้งยังจัดแต่งให้เป็นพุ่มเป็นทรงได้ จึงไม่แปลกที่หลาย ๆ บ้านจะปลูกไว้เป็นไม้ประดับประจำบ้าน แต่จะมีใครรู้บ้างว่าภายใต้ความงดงามนี้ยังซ่อนประโยชน์ที่ใครหลายคนคาดไม่ถึงเอาไว้ วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักพืชชนิดนี้ให้มากขึ้นกัน

1. ต้นทองอุไรคืออะไร?

ทองอุไร มีชื่อเรียกอย่างอื่น เช่น  พวงอุไร ดอกสร้อยทอง ดอกละคร และมีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า “Tecoma stans (L.) Kunth” เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ Bignoniaceae มีลักษณะต้นตั้งตรง เป็นไม้พุ่มทรงโปร่งขนาดกลาง ปลายยอดเป็นทรงกลมหรือทรงไข่

ดอกสีเหลืองสดออกเป็นช่อแบบช่อกระจะแยกแขนงที่ปลายกิ่ง แต่ละดอกมี 5 แฉกมีรูปร่างตรงโคนเป็นกรวยคล้ายแตร มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ส่วนใบประกอบแบบขนนกสองชั้น รูปใบคล้ายคมหอกหรือรูปไข่ ออกดอกมากช่วยเดือนกรกฎาคม – เดือนกันยายน  

2. สรรพคุณทางยา

สามารถนำใบและดอกของทองอุไร มาเทใส่กับน้ำร้อนชงเป็นชากินต่างน้ำ ลดไข้ แก้หวัดได้ แก้อาการดีซ่าน แก้ปวดหัว แก้ปวดประจำเดือน กระตุ้นประจำเดือนให้มาปกติ ขับปัสสาวะ แก้ปัญหาเกี่ยวกับไต ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร และรักษาเบาหวาน

ซึ่งในประเทศเม็กซิโกส่วนใหญ่จะใช้เป็นการรักษาพื้นบ้านสำหรับโรคเบาหวานประเภท 2 เพราะใบของทองอุไรประกอบด้วยอัลคาลอยด์ที่รู้จักกันในชื่อ “tecomine” และ “tecostamine” ที่พบว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้นอกจากนี้ยังมีสารประกอบอื่นที่มีอยู่ในใบไม้อย่าง anthranilic acid ที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เช่นกัน

3. ข้อห้ามเกี่ยวกับทองอุไร

เห็นสรรพคุณมากมายขนาดนี้ อันตรายก็ย่อมมีเช่นกัน หากคุณนำไปใช้แบบไม่ระวัง ข้อห้ามต่าง ๆ ก็มีดังนี้

1. ห้ามเด็กเล็ก สตรีมีครรภ์หรือสตรีที่กำลังอยู่ในระยะให้นมบุตรทานเด็ดขาด!

2. การดื่มน้ำชาจากใบอุไรทองอาจกระทบการออกฤทธิ์ของยาต้านเบาหวาน

3. อาจส่งผลทำให้น้ำตาลลดต่ำลงมากเมื่อใช้ร่วมกับยาต้านเบาหวาน

4. ความเชื่อที่เกี่ยวข้อง

ทองอุไรเป็นไม้มงคลอีกชนิดหนึ่งที่คนโบราณเชื่อว่า จะเสริมโชคชะตาของผู้ปลูก ให้มีความเจริญรุ่งเรือง มีเงินทองร่ำรวยมั่งคั่ง สมดั่งชื่อทองอุไร นอกจากนี้ยังเชื่ออีกว่า ทองอุไรจะเสริมวาสนาบารมี ช่วยให้ผู้ปลูกไม้นี้ ได้มีเกียรติมีลาภยศสูงส่งอีกด้วย จึงนิยมนำมาบูชาพระเพื่อความเป็นสิริมงคล

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าภายใต้ดอกสีสวยสดใส กลิ่นหอม ๆ ของต้นทองอุไรจะซ่อนความพิเศษเอาไว้อย่างมากมาย เป็นทั้งยาที่เต็มไปด้วยสรรพคุณอนันต์ เป็นทั้งไม้มงคลที่เปี่ยมไปด้วยความเป็นสิริ ดีงามแก่ผู้ปลูก เห็นแบบนี้แล้ว คุณคงต้องหามาปลูกไว้ริมรั้วหน้าบ้านสักต้นแล้วล่ะ เผื่อจะได้ใช้ประโยชน์และนำความมงคลเข้ามาในบ้านได้

Categories
ต้นไม้ปลูกในบ้าน

ผักไชยา ประกอบอาหารแทนผงชูรส ลดโซเดียม!

บนโลกนี้มีพืชผักอยู่หลายชนิดจนนับถ้วน แต่ละชนิดก็จะมีสรรพคุณและรสชาติต่างกันออกไป แต่มีผักอยู่ชนิดหนึ่งที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์อย่างไม่น่าเชื่อว่าผักแบบนี้ก็มีในโลกด้วย นั่นก็คือ “ผักไชยา” หรือที่หลายคนเรียกกันว่า “ผักผงชูรส” นั่นเอง หลายคนคงเคยรู้จักผักชนิดนี้กันมาบ้างแล้ว

แต่วันนี้เราจะพาคุณมาทำความรู้จักกับผักชนิดนี้ให้มากยิ่งขึ้นกัน มาดูกันว่านอกจากชื่อแปลก รสชาติแตกต่างแล้ว มีอะไรที่น่าสนใจอีก

1. ข้อมูลโดยทั่วไป

ผักไชยา หรือหลายคนรู้จักกันในชื่อ ต้นคะน้าเม็กซิโก ต้นชายา ต้นมะละกอกินใบ หรือต้นผงชูรส  ชื่อทางพฤกษศาสตร์ คือ Cnidoscolus chayamansa อยู่ในวงศ์ Euphorbiaceae เป็นไม้พุ่มชนิดหนึ่ง ลักษณะใบสีเขียวคล้ายใบมะละกอ

เมื่อเด็ดออกมาจะมียางสีขาว สูงได้มากสุดถึง 6 เมตรเลยทีเดียว ต้นไชยาเป็นพืชที่อุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียม วิตามิน เหล็ก โพแทสเซียม นอกจากนั้นยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมากกว่าผักอื่น ๆ หลายชนิด ถึงได้กลายเป็นผักยอดนิยมในตอนนี้

2. รสชาติเหมือนผงชูรสจริงหรือไม่?

บางคนที่ยังสงสัยว่าต้นไชยามีรสชาติเหมือนผงชูรสจริงหรือไม่ ยืนยันอีกเสียงว่าเลยว่ารสชาติเหมือนผงชูรสจริง ถึงขั้นได้อีกชื่อว่าต้นผงชูรสเลยทีเดียว สามารถนำใบไชยามาตากแห้งป่น นำมาผสมกับผงนัวใช้แทนผงชูรสได้เลย ให้รสชาติที่อร่อยเหมือนกันแต่ไม่เป็นอันตรายต่อกาย และยังทำให้ปริมาณโซเดียมในร่างกายลดลง ค่าไตดีดีได้ขึ้นอีกด้วย

3. สรรพคุณของต้นไชยา

บอกเลยว่าต้นผงชูรสเป็นพืชสารพัดประโยชน์ คุณค่าอนันต์เลยล่ะ เรียกว่าเป็นผักที่นำมาทำอาหารก็อร่อยแถมยังเป็นยาไปในตัวอีกด้วย สรรพคุณหลัก ๆ ก็อย่างเช่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการหมุนเวียนโลหิต  ช่วยย่อยอาหาร ช่วยลดคอเลสเตอรอล ล้างพิษในตับ ป้องกันอาการปวดหัว เพิ่มแคลเซียมให้กระดูก เป็นต้น

แท้จริงแล้วยังมีสรรพคุณมากกว่านี้อีกนับไม่ถ้วน ต้องหามาลองทานตามกันดู แต่ต้องระวัง! ย้ำว่าต้องระวัง! เพราะใบผงชูรสไม่ได้มีแต่ประโยชน์ โทษก็มีมหันต์เช่นกัน 

ข้อควรระวังในการรับประทานใบผงชูรส

หากนำมาทานแบบสด ๆ จะทำให้ได้รับสารกลูโคไซด์ซึ่งจะปล่อยสารพิษจำพวกไซยาไนด์เข้าไปเต็ม ๆ บอกเลยว่าอันตรายมาก ฉะนั้นควรทำให้สุกดีและต้มเทน้ำทิ้งก่อนค่อยนำไปมาประกอบอาหารจะดีที่สุด

มีประโยชน์แถมยังอร่อยขนาดนี้ไม่ลองคงไม่ได้แล้ว ใครที่กำลังมองหาผักที่ทานง่าย รสชาติไม่ขม ไม่มีกลิ่นฉุนและมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย รักษาโรคต่าง ๆ ได้ ขอแนะนำผักไชยานี่แหละให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม รับรองเลยว่าได้ทานสักครั้งจะติดใจ จนอยากหาต้นมาปลูกไว้ที่บ้านกันเลยล่ะ

Categories
สิริมงคล

ไหว้เจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอก กับหลักการและวิธีการไหว้ที่ถูกต้อง

การไหว้เจ้าที่เป็นธรรมเนียมที่คนไทยส่วนใหญ่จะมีการปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาอย่างช้านาน โดยคนไทยมีความเชื่อว่าเจ้าที่มีหน้าปกป้องดูแลและคุ้มครองคนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น

เพื่อความสิริมงคลในการใช้ชีวิตและการประกอบกิจการจึงมีการกราบไหว้เจ้าที่กันในเทศกาลต่าง ๆ แต่หลายคนยังเกิดความสับสนว่า ไหว้เจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอก จึงจะดีจึงจะเสริมสิริมงคลให้กับตนเองไปหาคำตอบได้ในบทความนี้ 

จำนวนธูปที่ใช้

ซึ่งบางท่านอาจจะมีความสงสัยว่าไหว้เจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอก และจะต้องมีการเตรียมธูปให้มีความเหมาะสมกับการไหว้อย่างไรบ้าง ซึ่งจะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.การไหว้ผี โดยการไหว้สัมภเวสีหรือผีไร้ญาติเราควรใช้ธูป 1 ดอก

2.การไหว้พระ สำหรับการไหว้เราจะต้องใช้ธูป 3 ดอก เพราะธูป 3 ดอก หมายถึงตัวแทน ของพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

3.การไหว้เทพเจ้า คือ การกราบไหว้ตามหลักศาสนาพราหมณ์หรือฮินดู โดยจะใช้ธูปประมาณ 8 ดอก

ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้อง

โดยการไหว้เจ้าที่ถือว่ามีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากและไม่มีความซับซ้อนมากนัก โดยเราสามารถจัดเตรียมสิ่งของต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.ทำความสะอาดบริเวณศาลเจ้า ซึ่งก่อนที่จะทำการไหว้เจ้าที่เราจะต้องมีการปัดกวาดเช็ดถูบริเวณศาลเจ้าให้มีความสะอาดเรียบร้อย ซึ่งถ้าหากพบว่ามีเศษดอกไม้ที่แห้งเหี่ยวหรือเศษขยะต่าง ๆ ที่อยู่รอบศาลเราควรรีบนำไปทิ้งขยะทันที

2.การเตรียมสิ่งของไหว้เจ้า โดยอาหารที่เตรียมสำหรับการไหว้เจ้าที่จะขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้ต้องการไหว้ โดยหลัก ๆ แล้วสิ่งที่ต้องเตรียมก็จะมี น้ำชา น้ำอัดลม น้ำเปล่า เหล้า พวงมาลัยหรือดอกไม้สด หมากพลู อาหารคาวและขนมหวาน โดยถ้าเป็นคนไทยเชื้อสายจีนก็จะมีการเตรียมกระดาษเงินและกระดาษทองตามหลักความเชื่อของศสานา

3.จำนวนธูปที่ใช้ ซึ่งตามหลักการไหว้เจ้าที่นั้นจะใช้ธูปเพียงแค่ 5 ดอก ซึ่งจะต่างการไหว้สัมภเวสีที่จะธูปแค่ 1 ดอกเท่านั้น

4.การกล่าวคำไหว้เจ้าที่ ภายหลังจากที่เราทำการจุดธูปเทียนเรียบร้อยแล้ว ให้เราหันหน้าไปทางศาลเจ้า พร้อมกล่าวคำไหว้ขอพร โดยการบอกชื่อนามสกุล พร้อมกับขอขมาในสิ่งที่เคยล่วงเกินไปและขอให้เจ้าที่จงประทานพรให้ครอบครัวของข้าพเจ้าพอเจอแต่สิ่งดี ๆ  

5.การลาของไหว้ เมื่อธูปที่เราจุดไว้หมดลงให้เราทำการบอกกล่าวลาเจ้าที่ว่า “ข้าพเจ้าจะนำอาหารเหล่านี้ไปรับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคล” พอเรากล่าวจบเราก็สามารถนำอาหารที่ไหว้เสร็จแล้วให้นำไปแจกจ่ายให้คนในบ้านได้รับประทาน

ซึ่งการไหว้เจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอกตามหลักความเชื่อของศาสนาที่มีการสืบทอดต่อกันมา ก็จะมีการเตรียมจำนวนธูปที่จะแตกต่างกันออกไปตามหลักวัตถุประสงค์ในการไหว้ อีกทั้งในส่วนของการจัดเตรียมข้าวของต่าง ๆ ต้องมีการคัดสรรให้มีความเหมาะสมเพราะเชื่อว่าการมอบสิ่งดี ๆ จะได้ผลตอบรับเป็นสิ่งดี ๆ ที่จะนำพาชีวิตของเราให้เจริญรุ่งเรือง

Categories
สิริมงคล

ผลไม้ไหว้เจ้าที่ 9 อย่าง ช่วยเสริมดวงชะตาเจริญรุ่งเรือง

คนไทยส่วนใหญ่ตั้งแต่โบราณมามักจะมีความเชื่อเรื่องการไหว้เจ้าที่ ไหว้ศาลพระภูมิ หรือไหว้ศาลตายาย ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลย คือผลไม้ไหว้เจ้าที่ เพราะเชื่อว่าการเตรียมผลไม้ที่เป็นมงคลมาเป็นองค์ประกอบในการไหว้จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ไหว้ และคนในครอบครัวมีความเจริญรุ่งเรือง มีแต่เรื่องเป็นมงคล เรื่องโชคลาภ เข้ามาในชีวิต เหมือนผลไม้มงคลต่างๆที่สรรหานำมา

ผลไม้ไหว้เจ้าที่ 9 อย่าง ที่จะช่วยเสริมความเจริญรุ่งเรือง

1.ส้มสีทอง

ส้มยิ่งถ้าหากเลือกเปลือกส้มที่มีสีเหลืองทองด้วยแล้ว จะยิ่งเสริมความเจริญรุ่งเรือง ความร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมาเหมือนสีเปลือกส้ม แทบเป็นผลไม้ไหว้เจ้าที่ ที่จะขาดไม่ได้เลยจะต้องมีในทุกๆพิธีกรรมที่เป็นมงคลต่างๆ ถือได้ว่าเป็นผลไม้ที่จะต้องนึกถึงอันดับแรก

2.สาลี่

เชื่อกันว่า สาลี่เป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณที่ช่วยแก้ร้อนใน หากใครได้รับประทานแล้วจะเกิดความสดชื่น ถือได้ว่าเป็นผลไม้ไหว้เจ้าที่อีกชนิด ที่จะขาดไม่ได้ เพราะจะช่วยให้ผู้ไหว้และครอบครัว อยู่กันอย่างร่มเย็น มีความเจริญ ไม่เจ็บป่วยไข้ได้ง่าย

3.ทับทิม

ผลไม้ชนิดนี้ หลายคนเชื่อว่าจะช่วยให้ครอบครัวมีแต่ความสามัคคี มีความอบอุ่น ไม่มีเรื่องให้ทะเลาะเบาะแว้ง หรือทำให้แตกแยก เหมือนกับเมล็ดของทับทิมที่เกาะกันเหนียวแน่น ถึงผ่าออกมาแล้วก็ไม่มีแตกกระจายออกจากกัน

4.ลิ้นจี่

ด้วยเปลือกของลิ้นจี่มีสีแดง ตามความเชื่อของคนไทยเชื้อจีนว่าเป็นสีที่เป็นมงคล เหมาะจะนำมาเป็นผลไม้ไหว้เจ้าที่ เพราะจะช่วยเสริมให้ผู้ไหว้และครอบครัวได้พบเจอแต่เรื่องดีๆ เฮงๆเข้ามาในชีวิต และยังจะช่วยเสริมให้ครอบครัวดูดีมีฐานะขึ้นอีกด้วย

5.แอปเปิล

ด้วยความเชื่อที่ว่าสีแดง เป็นสีที่มีแต่ความมงคล เหมาะจะใช้ประกอบกับพีธีกรรมมงคลต่างๆ การไหว้ด้วยแอปเปิลจึงต้องเน้นที่มีเปลือกสีแดงมากกว่าการใช้สีเขียว ซึ่งจะช่วยเรื่องการปัดเป่าโรคภัยต่างๆให้ไกลตัว ทำให้คนในครอบครัวมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยได้ง่าย

6.องุ่น

ผลไม้ไหว้เจ้าที่อีกชนิดที่จะเน้นสีแดง ซึ่งองุ่นแดง จะช่วยเสริมเรื่องการทำงาน หรือกิจการใดๆก็ตาม จะมีความเจริญงอกงามด้วยเงินทอง ความก้าวหน้า เปรียบเสมือนพวงองุ่นที่ออกเมล็ดเป็นพวงสวยงาม น่าารับประทาน

7.แก้วมังกร

ก็ต้องบอกว่าถ้าเชื่อเรื่องสีแดงที่เป็นมงคลแล้ว ก็คงจะไม่พ้นแก้วมังกร นอกจากจะมีเปลือกสีแดงแล้วก็จะต้องเลือกแก้วมังกรชนิดที่มีเนื้อสีแดงด้วย เพราะจะช่วยเสริมความเป็นมงคลกับการไหว้ในพีธีมงคลต่างๆ จะช่วยให้มีความเจริญรุ่งเรือง

8.กล้วยหอม

กล้วยก็เป็นผลไม้ไหว้เจ้าที่ ที่จะขาดไม่ได้เช่นกัน เพราะเชื่อกันว่า กล้วยที่เป็นหวีเปรียบเสมือนการมีลูกหลานไว้สืบสกุลไม่ขาดสาย มีลูกน้อง บริวารที่มีความจงรักภักดี รวมไปถึงกระทั่ง การทำกิจการใดๆจะได้ผ่านไปได้ราบรื่น

9.สับปะรด

ผลไม้ไหว้เจ้าที่อีกชนิด ที่แสดงถึงความรอบคอบในการจัดการสิ่งต่างๆ การมีสายตาที่สามารถจะมองสิ่งรอบตัวได้อย่างกว้างขวาง ทำให้มีความรอบรู้ พร้อมจะแก้ไขสถานการณ์ต่างๆที่อาจจะไม่ดีต่อครอบคัวได้อย่างทันเวลา และแก้ไขถูกต้อง

Categories
สิริมงคล

ที่มาและวิธีบูชาปี่เซียะเรียกทรัพย์

ตามความเชื่อของจีน “ปี่เซียะ” เป็นลูกของมังกรตัวที่ 9 มีชื่ออีกชื่อหนึ่งที่แปลว่ากวางสวรรค์ เป็นสัตว์มงคลที่ช่วยดึงดูดทรัพย์ให้กับผู้เป็นเจ้าของ โดยเฉพาะผู้ทำการค้าขาย เพราะเชื่อว่าเป็นสัตว์มงคลที่กินเงินทองเป็นอาหารโดยไม่มีรูทวาร

จึงเปรียบเปรยกับการรับทรัพย์เข้ามาในมือโดยไม่เสียออกไป และมีความเชื่อว่าช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายจากชีวิต ช่วยคุ้มครองให้ปลอดภัย ทำให้เป็นที่นิยมบูชากันทั่วไป บทความนี้จะเสนอลักษณะและวิธีบูชาปี่เซียะให้นำไปปฏิบัติ

ลักษณะของปี่เซียะ 

ด้วยความที่เป็นสัตว์ในตำนาน มีการบรรยายรูปร่างลักษณะที่พิศดารไว้ว่า มีหัวคล้ายสิงโต มีปีกเหมือนกับนก มีหลังคล้ายกับปลา และลักษณะที่โดดเด่นที่สุดคือไม่มีรูทวาร ปี่เซียะตัวเมียจะก้าวขาขวาไปข้างหน้า ในขณะที่ปี่เซียะตัวผู้จะก้าวขาซ้าย วิธีสังเกตลักษณะของปี่เซียะที่ดี คือ ควรมีปากกว้างเพื่อรับทรัพย์ หัวและหน้าอกตั้งเชิด ดูน่าเกรงขาม และมีลิ้นยาวช่วยเรียกทรัพย์ได้ไกล 

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนปัจจุบัน ปี่เซียะจึงมีหลากหลายขนาดและการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นสายคล้องโทรศัพท์มือถือ สร้อยข้อมือ หรือจี้สร้อยคอขนาดเล็ก สำหรับผู้ที่ต้องการพกพาติดตัว มักเป็นปี่เซียะแบบเดี่ยว ส่วนแบบตั้งโต๊ะ มักนิยมบูชาเป็นคู่ทั้งปี่เซียะตัวผู้และตัวเมีย โดยเฉพาะในหมู่คนค้าขาย 

วิธีบูชาปี่เซียะ และ ข้อควรระวัง 

เมื่อนำปี่เซียะเข้ามาในบ้าน จะต้องทำการบอกกล่าวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นที่อยู่ในบ้านเสียก่อน เพื่อเป็นการเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในบ้าน โดยจุดธูปบูชาและบอกกล่าวว่า ต่อจากนี้จะนำปี่เซียะเข้ามาอยู่ด้วย จากนั้นเจ้าของต้องทำการเบิกเนตรของปี่เซียะ

เพื่อให้รับรู้ว่าต่อไปนี้ปี่เซียะจะทำหน้าที่ดึงดูดทรัพย์ให้กับเจ้าของ ตามความเชื่อของจีนให้ใช้ น้ำร้อนและน้ำเย็นเพื่อสื่อความหมายแทนสมดุลระหว่างหยินกับหยาง โดยนําปี่เซียะที่จะบูชาวางลงในภาชนะที่รองรับน้ำได้ ให้เจ้าของรินน้ำร้อนและน้ำเย็นพร้อมๆ กัน แช่เอาไว้อย่างนั้นอย่างน้อยชั่วโมงหรือบางคนอาจถึง 2 คืน

ในกรณีที่แช่ไว้เพียงหนึ่งชั่วโมง ให้นำผ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง โดยเริ่มจากเช็ดดวงตาเพื่อเป็นการเบิกเนตร และให้เจ้าของมองตาเพื่อให้ปี่เซียะจดจำว่าเป็นเจ้าของ สำหรับใครที่แช่ไว้นานกว่านั้น ในระหว่างที่แช่ให้หมั่นมองที่ตาปี่เซียะบ่อย ๆ 

การจัดวางสำหรับผู้ที่บูชาปี่เซียะเป็นคู่ ให้ตั้งไว้คู่กัน โดยปี่เซียะตัวเมียที่ก้าวขาขวาไปข้างหน้าให้วางไว้ด้านขวา และปี่เซียะตัวผู้ที่ก้าวขาซ้ายไปข้างหน้าให้วางไว้ด้านซ้าย จัดวางท่าของปี่เซียะให้ก้นติดกัน ส่วนหัวแยกออกจากกันเล็กน้อยทำองศา 30 ถึง 45 องศา

วิธีบูชาปี่เซียะที่ดีคือตั้งไว้ในที่สูงหน่อย แต่ระวังไม่ให้สูงเกินพระในบ้าน ส่วนปี่เซียะที่เป็นสร้อยข้อมือ ใส่ข้อมือด้านขวาเน้นเรื่องอำนาจบารมี และด้านซ้ายเน้นเรื่องโชคลาภเงินทอง 

สิ่งที่ต้องระวังคือไม่นําปี่เซียะไปในที่ที่ไม่เป็นมงคลเพื่อป้องกันการดูดซับพลังงานที่ไม่ดี ไม่ควรให้ปี่เซียะกับผู้อื่นไปบูชาต่อเพราะถือเป็นสัตว์มงคลส่วนตัวของเจ้าของคนนั้นแล้ว และที่สำคัญไม่ควรโดนปากหรือเช็ดที่ปากปี่เซียะเพราะถือว่าจะทำให้รับทรัพย์ได้ไม่ดี

ใครที่กำลังมองหาปี่เซียะมาบูชา ก็อย่าลืมนำวิธีเหล่านี้ไปใช้เพื่อได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด