Categories
สิริมงคล

ไหว้พระภูมิเจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอกดี จึงจะขอพรสมหวังดังปรารถนา

ความเชื่อ ความศรัทธาเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิ่งที่อยู่เคียงคู่กับคนไทยในทุกเชื้อสายมาแต่โบราณ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยเชื้อสายจีน หรือคนไทยแท้ ล้วนแล้วแต่เคารพนับถือ และบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่กันอย่างเป็นประจำ เช่น การไหว้เจ้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน การไหว้เจ้าที่ ศาลพระภูมิ เป็นต้น

ศาลพระภูมิ และศาลเจ้าที่ มีความแตกต่างกันอย่างไร?

ศาลพระภูมิเจ้าที่ เป็นสิ่งก่อสร้างด้านศาสนาที่เราพบเห็นกันบ่อยครั้งในชีวิตประจำวัน แต่คนส่วนใหญ่มักจะมีความสับสน และไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่าง “ศาลพระภูมิ” และ “ศาลเจ้าที่” ได้

ศาลพระภูมิ มักจะตั้งไว้ในจุดที่เป็นมงคล มีลักษณะเป็นวิหารหรือบ้านหลังเล็ก โดยส่วนมากฐานของศาลพระภูมิจะสูงกว่าศาลเจ้าที่ และจะมีเสาเดียวที่มีขนาดใหญ่กว่า จำเป็นจะต้องมีการอัญเชิญ และบวงสรวงท้าวมหาราชทั้ง 4 ที่ถูกต้อง เพื่อให้ท้าวมหาราชทั้ง 4 ส่งเทวดามาปกปักษ์รักษาสมาชิกภายในบ้าน

ศาลเจ้าที่ บ้างก็เรียก “ศาลตา-ยาย” มีลักษณะเป็นบ้านทรงไทยจำลอง มักจะมี 4 เสา หรือ 6 เสาตามโครงสร้างบ้านทรงไทยในสมัยโบราณ โดยวิญญาณที่อาศัยอยู่ในศาลเจ้าที่มักจะเป็นวิญญาณของบรรพบุรุษ เจ้าที่เจ้าทาง รวมไปถึงเจ้าของที่ดินบริเวณนั้น

ถ้าหากบ้านไหนมีการตั้งศาลพระภูมิ และศาลเจ้าที่ภายในบ้านทั้ง 2 ศาล ข้อสังเกตอีกข้อหนึ่งที่สามารถเห็นได้ง่าย คือ เมื่อหันหน้าเข้าหาศาลทั้ง 2 ศาล ด้านซ้ายมือจะเป็นศาลพระภูมิ และด้านขวามือจะเป็นศาลเจ้าที่ หรือศาลตา-ยาย

จำนวนของธูปมีความหมายอย่างไร? ไหว้พระภูมิเจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอก?

คำถามที่มักจะค้างคาใจสำหรับคนส่วนใหญ่คือ “การไหว้พระภูมิเจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอก” ซึ่งจำนวนธูปนั้นก็มีความหมายที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

ธูป 1 ดอก มักจะจุดไหว้วิญญาณเจ้าที่เจ้าทาง วิญญาณภาคพื้น ผีบ้านผีเรือน

ธูป 2 ดอก เกี่ยวข้องกับการจุดธูปบนอาหาร

ธูป 3 ดอก มักจะจุดบูชารัตนตรัย ได้แก่ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

ธูป 4 ดอก มักจะใช้สำหรับการเสริมดวงชะตา เกี่ยวข้องกับธาตุทั้ง 4 ภายในร่างกาย ได้แก่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟ

ธูป 5 ดอก มักจะจุดบูชารัตนตรัย บิดามารดา และครูบาอาจารย์

ธูป 6 ดอก นิยมในการเสริมดวงชะตาของคนที่เกิดวันอาทิตย์ตามไฟของพระอาทิตย์

ธูป 7 ดอก ใช้จุดไหว้ศาลเจ้าที่ ศาลตา-ยาย

ธูป 8 ดอก นิยมในการเสริมดวงชะตาตามกำลังพระอังคาร

ธูป 9 ดอก ใช้จุดไหว้ศาลพระภูมิ บูชาผู้มีพระคุณ รุกขเทวดา เจ้าป่าเจ้าเขา

ธูป 10 ดอก นิยมในการเสริมดวงชะตาตามกำลังพระเสาร์

ธูป 11 ดอก มักจะจุดบูชาเทวดาชั้นสูง

ธูป 12 ดอก นิยมในการเสริมดวงชะตาของราหูของคนที่เกิดวันพุธกลางคืน

ธูป 13 ดอก ไม่นิยมจุดบูชา เพราะเป็นเลขอัปมงคล

ธูป 14 ดอก บูชาคุณของพระสงฆ์

ธูป 15 ดอก นิยมในการเสริมดวงชะตาตามกำลังดาวจันทร์

ธูป 16 ดอก บูชาเทพชั้นสูง เกี่ยวข้องกับสวรรค์ทั้ง 16 ชั้น มักใช้ในพิธีกลางแจ้ง  

ธูป 17 ดอก นิยมในการสวดมนต์ เพื่อเสริมดวงชะตา

ธูป 18 ดอก  ไม่นิยมจุดบูชา เพราะเป็นเลขอัปมงคล

สำหรับคำถามที่ว่า “ไหว้พระภูมิเจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอก” สามารถสรุปได้ว่า “การไหว้ศาลพระภูมิจุดธูปเพียง 9 ดอก และการไหว้ศาลเจ้าที่ ศาลตา-ยายจุดธูปเพียง 7 ดอก” โดยสิ่งของที่มักจะไหว้ศาลทั้ง 2 ศาลประกอบไปด้วย พวงมาลัย ดอกไม้ และของคาวหวาน

Categories
สิริมงคล

ไหว้เจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอก กับหลักการและวิธีการไหว้ที่ถูกต้อง

การไหว้เจ้าที่เป็นธรรมเนียมที่คนไทยส่วนใหญ่จะมีการปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาอย่างช้านาน โดยคนไทยมีความเชื่อว่าเจ้าที่มีหน้าปกป้องดูแลและคุ้มครองคนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น

เพื่อความสิริมงคลในการใช้ชีวิตและการประกอบกิจการจึงมีการกราบไหว้เจ้าที่กันในเทศกาลต่าง ๆ แต่หลายคนยังเกิดความสับสนว่า ไหว้เจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอก จึงจะดีจึงจะเสริมสิริมงคลให้กับตนเองไปหาคำตอบได้ในบทความนี้ 

จำนวนธูปที่ใช้

ซึ่งบางท่านอาจจะมีความสงสัยว่าไหว้เจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอก และจะต้องมีการเตรียมธูปให้มีความเหมาะสมกับการไหว้อย่างไรบ้าง ซึ่งจะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.การไหว้ผี โดยการไหว้สัมภเวสีหรือผีไร้ญาติเราควรใช้ธูป 1 ดอก

2.การไหว้พระ สำหรับการไหว้เราจะต้องใช้ธูป 3 ดอก เพราะธูป 3 ดอก หมายถึงตัวแทน ของพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

3.การไหว้เทพเจ้า คือ การกราบไหว้ตามหลักศาสนาพราหมณ์หรือฮินดู โดยจะใช้ธูปประมาณ 8 ดอก

ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้อง

โดยการไหว้เจ้าที่ถือว่ามีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากและไม่มีความซับซ้อนมากนัก โดยเราสามารถจัดเตรียมสิ่งของต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.ทำความสะอาดบริเวณศาลเจ้า ซึ่งก่อนที่จะทำการไหว้เจ้าที่เราจะต้องมีการปัดกวาดเช็ดถูบริเวณศาลเจ้าให้มีความสะอาดเรียบร้อย ซึ่งถ้าหากพบว่ามีเศษดอกไม้ที่แห้งเหี่ยวหรือเศษขยะต่าง ๆ ที่อยู่รอบศาลเราควรรีบนำไปทิ้งขยะทันที

2.การเตรียมสิ่งของไหว้เจ้า โดยอาหารที่เตรียมสำหรับการไหว้เจ้าที่จะขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้ต้องการไหว้ โดยหลัก ๆ แล้วสิ่งที่ต้องเตรียมก็จะมี น้ำชา น้ำอัดลม น้ำเปล่า เหล้า พวงมาลัยหรือดอกไม้สด หมากพลู อาหารคาวและขนมหวาน โดยถ้าเป็นคนไทยเชื้อสายจีนก็จะมีการเตรียมกระดาษเงินและกระดาษทองตามหลักความเชื่อของศสานา

3.จำนวนธูปที่ใช้ ซึ่งตามหลักการไหว้เจ้าที่นั้นจะใช้ธูปเพียงแค่ 5 ดอก ซึ่งจะต่างการไหว้สัมภเวสีที่จะธูปแค่ 1 ดอกเท่านั้น

4.การกล่าวคำไหว้เจ้าที่ ภายหลังจากที่เราทำการจุดธูปเทียนเรียบร้อยแล้ว ให้เราหันหน้าไปทางศาลเจ้า พร้อมกล่าวคำไหว้ขอพร โดยการบอกชื่อนามสกุล พร้อมกับขอขมาในสิ่งที่เคยล่วงเกินไปและขอให้เจ้าที่จงประทานพรให้ครอบครัวของข้าพเจ้าพอเจอแต่สิ่งดี ๆ  

5.การลาของไหว้ เมื่อธูปที่เราจุดไว้หมดลงให้เราทำการบอกกล่าวลาเจ้าที่ว่า “ข้าพเจ้าจะนำอาหารเหล่านี้ไปรับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคล” พอเรากล่าวจบเราก็สามารถนำอาหารที่ไหว้เสร็จแล้วให้นำไปแจกจ่ายให้คนในบ้านได้รับประทาน

ซึ่งการไหว้เจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอกตามหลักความเชื่อของศาสนาที่มีการสืบทอดต่อกันมา ก็จะมีการเตรียมจำนวนธูปที่จะแตกต่างกันออกไปตามหลักวัตถุประสงค์ในการไหว้ อีกทั้งในส่วนของการจัดเตรียมข้าวของต่าง ๆ ต้องมีการคัดสรรให้มีความเหมาะสมเพราะเชื่อว่าการมอบสิ่งดี ๆ จะได้ผลตอบรับเป็นสิ่งดี ๆ ที่จะนำพาชีวิตของเราให้เจริญรุ่งเรือง

Categories
สิริมงคล

ผลไม้ไหว้เจ้าที่ 9 อย่าง ช่วยเสริมดวงชะตาเจริญรุ่งเรือง

คนไทยส่วนใหญ่ตั้งแต่โบราณมามักจะมีความเชื่อเรื่องการไหว้เจ้าที่ ไหว้ศาลพระภูมิ หรือไหว้ศาลตายาย ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลย คือผลไม้ไหว้เจ้าที่ เพราะเชื่อว่าการเตรียมผลไม้ที่เป็นมงคลมาเป็นองค์ประกอบในการไหว้จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ไหว้ และคนในครอบครัวมีความเจริญรุ่งเรือง มีแต่เรื่องเป็นมงคล เรื่องโชคลาภ เข้ามาในชีวิต เหมือนผลไม้มงคลต่างๆที่สรรหานำมา

ผลไม้ไหว้เจ้าที่ 9 อย่าง ที่จะช่วยเสริมความเจริญรุ่งเรือง

1.ส้มสีทอง

ส้มยิ่งถ้าหากเลือกเปลือกส้มที่มีสีเหลืองทองด้วยแล้ว จะยิ่งเสริมความเจริญรุ่งเรือง ความร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมาเหมือนสีเปลือกส้ม แทบเป็นผลไม้ไหว้เจ้าที่ ที่จะขาดไม่ได้เลยจะต้องมีในทุกๆพิธีกรรมที่เป็นมงคลต่างๆ ถือได้ว่าเป็นผลไม้ที่จะต้องนึกถึงอันดับแรก

2.สาลี่

เชื่อกันว่า สาลี่เป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณที่ช่วยแก้ร้อนใน หากใครได้รับประทานแล้วจะเกิดความสดชื่น ถือได้ว่าเป็นผลไม้ไหว้เจ้าที่อีกชนิด ที่จะขาดไม่ได้ เพราะจะช่วยให้ผู้ไหว้และครอบครัว อยู่กันอย่างร่มเย็น มีความเจริญ ไม่เจ็บป่วยไข้ได้ง่าย

3.ทับทิม

ผลไม้ชนิดนี้ หลายคนเชื่อว่าจะช่วยให้ครอบครัวมีแต่ความสามัคคี มีความอบอุ่น ไม่มีเรื่องให้ทะเลาะเบาะแว้ง หรือทำให้แตกแยก เหมือนกับเมล็ดของทับทิมที่เกาะกันเหนียวแน่น ถึงผ่าออกมาแล้วก็ไม่มีแตกกระจายออกจากกัน

4.ลิ้นจี่

ด้วยเปลือกของลิ้นจี่มีสีแดง ตามความเชื่อของคนไทยเชื้อจีนว่าเป็นสีที่เป็นมงคล เหมาะจะนำมาเป็นผลไม้ไหว้เจ้าที่ เพราะจะช่วยเสริมให้ผู้ไหว้และครอบครัวได้พบเจอแต่เรื่องดีๆ เฮงๆเข้ามาในชีวิต และยังจะช่วยเสริมให้ครอบครัวดูดีมีฐานะขึ้นอีกด้วย

5.แอปเปิล

ด้วยความเชื่อที่ว่าสีแดง เป็นสีที่มีแต่ความมงคล เหมาะจะใช้ประกอบกับพีธีกรรมมงคลต่างๆ การไหว้ด้วยแอปเปิลจึงต้องเน้นที่มีเปลือกสีแดงมากกว่าการใช้สีเขียว ซึ่งจะช่วยเรื่องการปัดเป่าโรคภัยต่างๆให้ไกลตัว ทำให้คนในครอบครัวมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยได้ง่าย

6.องุ่น

ผลไม้ไหว้เจ้าที่อีกชนิดที่จะเน้นสีแดง ซึ่งองุ่นแดง จะช่วยเสริมเรื่องการทำงาน หรือกิจการใดๆก็ตาม จะมีความเจริญงอกงามด้วยเงินทอง ความก้าวหน้า เปรียบเสมือนพวงองุ่นที่ออกเมล็ดเป็นพวงสวยงาม น่าารับประทาน

7.แก้วมังกร

ก็ต้องบอกว่าถ้าเชื่อเรื่องสีแดงที่เป็นมงคลแล้ว ก็คงจะไม่พ้นแก้วมังกร นอกจากจะมีเปลือกสีแดงแล้วก็จะต้องเลือกแก้วมังกรชนิดที่มีเนื้อสีแดงด้วย เพราะจะช่วยเสริมความเป็นมงคลกับการไหว้ในพีธีมงคลต่างๆ จะช่วยให้มีความเจริญรุ่งเรือง

8.กล้วยหอม

กล้วยก็เป็นผลไม้ไหว้เจ้าที่ ที่จะขาดไม่ได้เช่นกัน เพราะเชื่อกันว่า กล้วยที่เป็นหวีเปรียบเสมือนการมีลูกหลานไว้สืบสกุลไม่ขาดสาย มีลูกน้อง บริวารที่มีความจงรักภักดี รวมไปถึงกระทั่ง การทำกิจการใดๆจะได้ผ่านไปได้ราบรื่น

9.สับปะรด

ผลไม้ไหว้เจ้าที่อีกชนิด ที่แสดงถึงความรอบคอบในการจัดการสิ่งต่างๆ การมีสายตาที่สามารถจะมองสิ่งรอบตัวได้อย่างกว้างขวาง ทำให้มีความรอบรู้ พร้อมจะแก้ไขสถานการณ์ต่างๆที่อาจจะไม่ดีต่อครอบคัวได้อย่างทันเวลา และแก้ไขถูกต้อง

Categories
สิริมงคล

ที่มาและวิธีบูชาปี่เซียะเรียกทรัพย์

ตามความเชื่อของจีน “ปี่เซียะ” เป็นลูกของมังกรตัวที่ 9 มีชื่ออีกชื่อหนึ่งที่แปลว่ากวางสวรรค์ เป็นสัตว์มงคลที่ช่วยดึงดูดทรัพย์ให้กับผู้เป็นเจ้าของ โดยเฉพาะผู้ทำการค้าขาย เพราะเชื่อว่าเป็นสัตว์มงคลที่กินเงินทองเป็นอาหารโดยไม่มีรูทวาร

จึงเปรียบเปรยกับการรับทรัพย์เข้ามาในมือโดยไม่เสียออกไป และมีความเชื่อว่าช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายจากชีวิต ช่วยคุ้มครองให้ปลอดภัย ทำให้เป็นที่นิยมบูชากันทั่วไป บทความนี้จะเสนอลักษณะและวิธีบูชาปี่เซียะให้นำไปปฏิบัติ

ลักษณะของปี่เซียะ 

ด้วยความที่เป็นสัตว์ในตำนาน มีการบรรยายรูปร่างลักษณะที่พิศดารไว้ว่า มีหัวคล้ายสิงโต มีปีกเหมือนกับนก มีหลังคล้ายกับปลา และลักษณะที่โดดเด่นที่สุดคือไม่มีรูทวาร ปี่เซียะตัวเมียจะก้าวขาขวาไปข้างหน้า ในขณะที่ปี่เซียะตัวผู้จะก้าวขาซ้าย วิธีสังเกตลักษณะของปี่เซียะที่ดี คือ ควรมีปากกว้างเพื่อรับทรัพย์ หัวและหน้าอกตั้งเชิด ดูน่าเกรงขาม และมีลิ้นยาวช่วยเรียกทรัพย์ได้ไกล 

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนปัจจุบัน ปี่เซียะจึงมีหลากหลายขนาดและการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นสายคล้องโทรศัพท์มือถือ สร้อยข้อมือ หรือจี้สร้อยคอขนาดเล็ก สำหรับผู้ที่ต้องการพกพาติดตัว มักเป็นปี่เซียะแบบเดี่ยว ส่วนแบบตั้งโต๊ะ มักนิยมบูชาเป็นคู่ทั้งปี่เซียะตัวผู้และตัวเมีย โดยเฉพาะในหมู่คนค้าขาย 

วิธีบูชาปี่เซียะ และ ข้อควรระวัง 

เมื่อนำปี่เซียะเข้ามาในบ้าน จะต้องทำการบอกกล่าวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นที่อยู่ในบ้านเสียก่อน เพื่อเป็นการเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในบ้าน โดยจุดธูปบูชาและบอกกล่าวว่า ต่อจากนี้จะนำปี่เซียะเข้ามาอยู่ด้วย จากนั้นเจ้าของต้องทำการเบิกเนตรของปี่เซียะ

เพื่อให้รับรู้ว่าต่อไปนี้ปี่เซียะจะทำหน้าที่ดึงดูดทรัพย์ให้กับเจ้าของ ตามความเชื่อของจีนให้ใช้ น้ำร้อนและน้ำเย็นเพื่อสื่อความหมายแทนสมดุลระหว่างหยินกับหยาง โดยนําปี่เซียะที่จะบูชาวางลงในภาชนะที่รองรับน้ำได้ ให้เจ้าของรินน้ำร้อนและน้ำเย็นพร้อมๆ กัน แช่เอาไว้อย่างนั้นอย่างน้อยชั่วโมงหรือบางคนอาจถึง 2 คืน

ในกรณีที่แช่ไว้เพียงหนึ่งชั่วโมง ให้นำผ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง โดยเริ่มจากเช็ดดวงตาเพื่อเป็นการเบิกเนตร และให้เจ้าของมองตาเพื่อให้ปี่เซียะจดจำว่าเป็นเจ้าของ สำหรับใครที่แช่ไว้นานกว่านั้น ในระหว่างที่แช่ให้หมั่นมองที่ตาปี่เซียะบ่อย ๆ 

การจัดวางสำหรับผู้ที่บูชาปี่เซียะเป็นคู่ ให้ตั้งไว้คู่กัน โดยปี่เซียะตัวเมียที่ก้าวขาขวาไปข้างหน้าให้วางไว้ด้านขวา และปี่เซียะตัวผู้ที่ก้าวขาซ้ายไปข้างหน้าให้วางไว้ด้านซ้าย จัดวางท่าของปี่เซียะให้ก้นติดกัน ส่วนหัวแยกออกจากกันเล็กน้อยทำองศา 30 ถึง 45 องศา

วิธีบูชาปี่เซียะที่ดีคือตั้งไว้ในที่สูงหน่อย แต่ระวังไม่ให้สูงเกินพระในบ้าน ส่วนปี่เซียะที่เป็นสร้อยข้อมือ ใส่ข้อมือด้านขวาเน้นเรื่องอำนาจบารมี และด้านซ้ายเน้นเรื่องโชคลาภเงินทอง 

สิ่งที่ต้องระวังคือไม่นําปี่เซียะไปในที่ที่ไม่เป็นมงคลเพื่อป้องกันการดูดซับพลังงานที่ไม่ดี ไม่ควรให้ปี่เซียะกับผู้อื่นไปบูชาต่อเพราะถือเป็นสัตว์มงคลส่วนตัวของเจ้าของคนนั้นแล้ว และที่สำคัญไม่ควรโดนปากหรือเช็ดที่ปากปี่เซียะเพราะถือว่าจะทำให้รับทรัพย์ได้ไม่ดี

ใครที่กำลังมองหาปี่เซียะมาบูชา ก็อย่าลืมนำวิธีเหล่านี้ไปใช้เพื่อได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด