Categories
สิริมงคล

4 เทคนิคจัดเลี้ยงพระนอกสถานที่

การรับจัดเลี้ยงพระนั้นคือการนิมนต์พระสงฆ์เพื่อมาสวดเจริญพระพุทธมนต์ยังสถานที่ต่างๆ ภายนอกวัดในโอกาสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน งานวัดเกิด ซึ่งการยัดงานเหล่านี้ย่อมจะต้องมีการเชิญญาติมิตร หรือแขกผู้มีเกียรติเพื่อให้มาร่วมงาน โดยในบทความนี้จะมาแนะนำถึง 4 เทคนิคจัดเลี้ยงพระนอกสถานที่ให้ประทับใจผู้ร่วมงาน เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้ตามความเหมาะสม

1. จัดเตรียมสถานที่ให้เรียบร้อย

การจัดเตรียมสถานที่ให้เรียบร้อย มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน มีขนาดของสถานที่เหมาะสมกับประเภทของงาน และจำนวนผู้ที่จะมาร่วมงานคือสิ่งแรกที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่มาร่วมงาน ซึ่งการจัดเลี้ยงพระนอกสถานที่นั้นส่วนมากจะเป็นการจัดงานที่บ้าน ดังนั้นการจัดบริเวณต่างๆ ภายในบ้าน หรือบริเวณรอบๆ บ้านสำหรับการจัดงานจึงเป็นเรื่องที่เจ้าภาพควรจะใส่ใจ 

เรื่องแรกคือเรื่องของความสะอาด การที่สถานที่จัดงานมีความสะอาดนั้นจะช่วยเพิ่มความประทับใจให้กับผู้ที่มาร่วมงานได้เป็นอย่างดี เพราะจะสื่อให้ผู้ที่มาร่วมงานเห็นได้ว่าเจ้าภาพมีความใส่ใจในการจัดงานมากน้อยเพียงใด ดังนั้นเจ้าภาพจึงควรทำความสะอาดบริเวณบ้าน รวมไปถึงบริเวณรอบๆ บ้านให้เรียบร้อยก่อนที่จะเริ่มงาน 

นอกจากเรื่องของความสะอาดแล้ว เรื่องของความสะดวกสบายก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากผู้ที่มาร่วมงานนั้นจำเป็นที่จะต้องทำกิจกรรมต่างๆ ในบริเวณบ้านของเจ้าภาพระหว่างที่มีการจัดเลี้ยงพระนอกสถานที่ ดังนั้นการที่เจ้าภาพจัดเตรียมสถานที่ให้มีความสะดวกสบายแก่ผู้ที่มาร่วมงานจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น ซึ่งความสะดวกสบายต่างๆ ที่เจ้าภาพควรจะจัดเตรียมไว้ให้ยกตัวเช่น ควรเตรียมที่จอดรถที่จอดรถได้ง่าย มีความปลอดภัย 

ส่วนในบริเวณงานเจ้าภาพควรที่จะเตรียมที่นั่งซึ่งมีความสะดวกสบาย โดยเฉพาะที่นั่งสำหรับผู้สูงอายุไว้อย่างเพียงพอ ไม่ร้อน ไม่แออัด มีอากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก รวมไปถึงการจัดเตรียมห้องน้ำไว้ให้เหมาะสมกับจำนวนผู้มาร่วมงาน โดยสามารถเข้าไปใช้งานได้โดยสะดวก ซึ่งการจัดเตรียมเรื่องเหล่านี้ให้เรียบร้อยเป็นสิ่งที่เจ้าภาพพึงกระทำเพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่มาร่วมงาน 

2. ดูแลผู้ที่มาร่วมงานด้วยความใส่ใจ

อีกหนึ่งเรื่องที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่มาร่วมงานจัดเลี้ยงพระนอกสถานที่ได้เป็นอย่างมากคือความใส่ใจของเจ้าภาพที่มีต่อผู้ที่มาร่วมงานนั่นเอง เพราะนอกจากการจัดสถานที่ให้เหมาะสมแล้ว การที่เจ้าภาพออกมาต้อนรับผู้ที่มาร่วมงานด้วยตัวเอง มีการพูดคุยสอบถามสารทุกข์ก็เป็นสิ่งที่แสดงถึงความใส่ใจที่มีต่อผู้ที่มาร่วมงาน 

ซึ่งการออกมาต้อนรับ หรือทักทายนั้นเจ้าภาพอาจจะทำได้ไม่เต็มที่ หรือทำได้ไม่ครบถ้วนทุกคน เนื่องจากเจ้าภาพนั้นมีเรื่องต้องจัดการอีกมากมายในขณะที่จัดงาน การที่ให้ญาติสนิท หรือตัวแทนเจ้าภาพมาเป็นผู้ดูแลแทนก็เรียกว่าเป็นความใส่ใจของเจ้าภาพด้วยเช่นกัน 

การดูแลผู้ที่มาร่วมงานนั้นนอกจากการออกไปต้อนรับ หรือการพูดคุยก็สามารถทำได้อีกหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการพาไปนั่งในบริเวณที่จัดไว้ การจัดอาหาร / เครื่องดื่ม ไว้คอยบริการอย่างเหมาะสม การดูแลความสะดวกทางด้านอื่นๆ รวมไปถึงการให้ผู้ที่มาร่วมงานมีส่วนร่วมกับงาน โดยเฉพาะการจัดเลี้ยงพระนอกสถานที่ซึ่งถือว่าเป็นงานบุญ 

การที่เจ้าภาพให้ผู้ร่วมงานได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของงาน ไม่ว่าจะเป็นการเชิญเข้ามาฟังพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ การให้มีส่วนร่วมในการจัดเตรียมอาหาร ถวายอาหาร หรือถวายสิ่งของแก่พระสงฆ์ หรือให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ช่วยทำบุญภายในงาน ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่เจ้าภาพไม่ควรมองข้ามเป็นอันขาด

3. จัดพิธีสงฆ์ได้อย่างถูกต้อง

การจัดเลี้ยงพระนอกสถานที่นั้นหัวใจหลักในงานคือพิธีสงฆ์ ซึ่งพิธีสงฆ์นั้นจะเริ่มตั้งแต่การที่พระสงฆ์มาถึงงาน จนถึงเวลาที่พระสงฆ์เดินทางกลับวัด โดยพิธีสงฆ์นั้นจะมีขั้นตอนปฏิบัติต่างๆ ซึ่งเป็นแบบแผนแน่นอนอยู่แล้ว การที่เจ้าภาพสามารถจัดการพิธีสงฆ์ได้อย่างถูกต้องย่อมทำให้ผู้ที่มาร่วมงานนั้นมองว่าเจ้าภาพมีความตั้งใจ และมีความใส่ใจสำหรับการจัดเลี้ยงพระนอกสถานที่นั่นเอง 

โดยพิธีสงฆ์นั้นเมื่อพระสงฆ์ที่ได้รับนิมนต์เดินทางมาถึงที่สถานที่จัดงาน เจ้าภาพควรออกไปต้อนรับ และนิมนต์พระสงฆ์เหล่านั้นมานั่งยังบริเวณที่ได้จัดเตรียมไว้ จากนั้นเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมเจ้าภาพ หรือตัวแทนเจ้าภาพจะเป็นผู้เริ่มทำพิธีด้วยการจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยบริเวณโต๊ะหมู่บูชา โดยจุดเทียนทางด้านขวามือของพระพุทธรูปก่อน จึงมาจุดเทียนทางด้านซ้าย แล้วค่อยมาจุดธูป จากนั้นกราบพระพุทธ 3 ครั้ง แล้วจึงกล่าวบทบูชาพระรัตนตรัย กล่าวคำอาราธนาศีล 5 เมื่อพระสงฆ์กล่าวพระไตรสรณะคมน์ กล่าวสมาทานศีลเรียบร้อยแล้ว เจ้าภาพก็จะกล่าวอาราธนาพระปริตร เมื่อกล่าวจบพระสงฆ์ก็จะเริ่มสวดเจริญพระพุทธมนต์ เมื่อพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์เรียบร้อย เจ้าภาพก็จะถวายข้าวพระพุทธ 

เมื่อเสร็จจากการถวายข้าวพระพุทธแล้วเจ้าภาพจะนิมนต์พระสงฆ์มายังบริเวณที่จัดไว้สำหรับการฉันอาหาร เมื่อประเคนภัตตาหารเรียบร้อย ก่อนที่พระสงฆ์จะฉันอาหารเสร็จเจ้าภาพก็จะต้องเตรียมเครื่องจตุปัจจัย หรือเครื่องสังฆทานต่างๆ ที่จะถวายพระสงฆ์นั้นมาวางให้เรียบร้อยบริเวณหน้าอาสนะ จากนั้นเจ้าภาพก็จะกล่าวคำลาข้าวพระพุทธ ต่อด้วยการกล่าวคำถวายสังฆทาน เมื่อพระสงฆ์รับเครื่องสังฆทานเสร็จจะกล่าวอนุโมทนา เจ้าภาพ และผู้ที่มาร่วมงานก็จะทำการกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล พระสงฆ์ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ 

เมื่อเสร็จขั้นตอนเหล่านี้พระสงฆ์ก็จะเดินทางกลับวัด ซึ่งถ้าเจ้าภาพปฏิบัติตามตอนต่างๆ เหล่านี้ได้ถูกต้องก็จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ และการใส่ใจสำหรับการจัดเลี้ยงพระนอกสถานที่นั่นเอง 

4. สร้างความประทับใจด้วยอาหาร

ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการจัดเลี้ยงพระนอกสถานที่นั้นเรื่องของอาหารเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่มาร่วมงานได้เป็นอย่างดี เพราะด้วยวัฒนธรรมไทยนั้นการเลี้ยงอาหารจัดได้ว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญทุกครั้งที่มีการทำบุญในโอกาสต่างๆ ยิ่งเป็นการจัดเลี้ยงพระนอกสถานที่ซึ่งส่วนมากจะเป็นการทำบุญที่บ้านทางเจ้าภาพยิ่งต้องใส่ใจในเรื่องของคุณภาพอาหารมากเป็นพิเศษ 

โดยอาหารที่นำมาเลี้ยงพระ และเลี้ยงผู้ที่มาร่วมงานนั้นทางเจ้าภาพไม่จำเป็นที่จะต้องใช้อาหารที่มีราคาแพง หรืออาหารที่หาทานได้ยาก แต่อาหารนั้นต้องเป็นอาหารที่สะอาด มีคุณภาพ มีรสชาติที่เหมาะสม อีกทั้งยังจำเป็นต้องมีปริมาณเพียงพอสำหรับผู้ที่มาร่วมงานทุกคน 

การเตรียมอาหารสำหรับการจัดเลี้ยงพระนอกสถานที่นั้นมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้บริการจากร้านอาหาร ผู้ให้บริการจัดเลี้ยง ในรูปแบบของการเลี้ยงบุฟเฟต์ การเลี้ยงโต๊ะจีน หรือการที่เจ้าภาพจะเตรียมอาหารต่างๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งถ้าเป็นการจัดงานที่มีผู้มาร่วมงานจำนวนไม่มากนักเจ้าภาพจะนิยมเตรียมอาหารด้วยตัวเอง 

ซึ่งถ้าเป็นการใช้บริการจากผู้ให้บริการจัดเลี้ยงนั้นเจ้าภาพจำเป็นต้องใส่ใจในเรื่องของคุณภาพ และรสชาติอาหารให้ดี เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้ปรุงเอง ทำให้เมื่อเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการจัดเลี้ยง หรือจากทางร้านอาหาร เจ้าภาพควรที่จะทดลองชิมอาหารเหล่านั้นล่วงหน้าก่อนทุกครั้ง เพื่อที่จะให้อาหารที่อยู่ภายในงานนั้นมีรสชาติ และมีคุณภาพตามที่ต้องการ 

ถ้าเจ้าภาพประกอบอาหารเลี้ยงด้วยตัวเองนั้น ทางเจ้าภาพก็ควรเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ปรุงรสชาติให้เหมาะสม รวมไปถึงใส่ใจในเรื่องของความสะอาดระหว่างการปรุงอาหารให้มากที่สุด ซึ่งเมื่ออาหารที่จัดเลี้ยงนั้นเป็นอาหารที่มีคุณภาพ สะอาด รสชาติอร่อย ก็จะสร้างความประทับใจให้กับผู้มาร่วมงานได้เป็นอย่างดี

สำหรับ 4 เทคนิคจัดเลี้ยงพระนอกสถานที่ให้ประทับใจผู้ร่วมงาน ที่ได้แนะนำไว้ในบทความนี้เชื่อว่าผู้อ่านจะได้ประโยชน์ และได้ข้อคิดดีๆ สำหรับการเตรียมตัวจัดงานด้วยตัวเองอย่างแน่นอน ซึ่งผู้อ่านสามารถนำแนวทางที่ได้แนะนำไว้ไปประยุกต์ใช้งานได้ตามความเหมาะสม เพราะสาระดีๆ ในบทความนี้นั้นนำไปใช้ได้กับการจัดงานอีกหลากหลายรูปแบบไม่ใช่เพียงเฉพาะการจัดเลี้ยงพระนอกสถานที่

Categories
สิริมงคล

ไหว้พระภูมิเจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอกดี จึงจะขอพรสมหวังดังปรารถนา

ความเชื่อ ความศรัทธาเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิ่งที่อยู่เคียงคู่กับคนไทยในทุกเชื้อสายมาแต่โบราณ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยเชื้อสายจีน หรือคนไทยแท้ ล้วนแล้วแต่เคารพนับถือ และบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่กันอย่างเป็นประจำ เช่น การไหว้เจ้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน การไหว้เจ้าที่ ศาลพระภูมิ เป็นต้น

ศาลพระภูมิ และศาลเจ้าที่ มีความแตกต่างกันอย่างไร?

ศาลพระภูมิเจ้าที่ เป็นสิ่งก่อสร้างด้านศาสนาที่เราพบเห็นกันบ่อยครั้งในชีวิตประจำวัน แต่คนส่วนใหญ่มักจะมีความสับสน และไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่าง “ศาลพระภูมิ” และ “ศาลเจ้าที่” ได้

ศาลพระภูมิ มักจะตั้งไว้ในจุดที่เป็นมงคล มีลักษณะเป็นวิหารหรือบ้านหลังเล็ก โดยส่วนมากฐานของศาลพระภูมิจะสูงกว่าศาลเจ้าที่ และจะมีเสาเดียวที่มีขนาดใหญ่กว่า จำเป็นจะต้องมีการอัญเชิญ และบวงสรวงท้าวมหาราชทั้ง 4 ที่ถูกต้อง เพื่อให้ท้าวมหาราชทั้ง 4 ส่งเทวดามาปกปักษ์รักษาสมาชิกภายในบ้าน

ศาลเจ้าที่ บ้างก็เรียก “ศาลตา-ยาย” มีลักษณะเป็นบ้านทรงไทยจำลอง มักจะมี 4 เสา หรือ 6 เสาตามโครงสร้างบ้านทรงไทยในสมัยโบราณ โดยวิญญาณที่อาศัยอยู่ในศาลเจ้าที่มักจะเป็นวิญญาณของบรรพบุรุษ เจ้าที่เจ้าทาง รวมไปถึงเจ้าของที่ดินบริเวณนั้น

ถ้าหากบ้านไหนมีการตั้งศาลพระภูมิ และศาลเจ้าที่ภายในบ้านทั้ง 2 ศาล ข้อสังเกตอีกข้อหนึ่งที่สามารถเห็นได้ง่าย คือ เมื่อหันหน้าเข้าหาศาลทั้ง 2 ศาล ด้านซ้ายมือจะเป็นศาลพระภูมิ และด้านขวามือจะเป็นศาลเจ้าที่ หรือศาลตา-ยาย

จำนวนของธูปมีความหมายอย่างไร? ไหว้พระภูมิเจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอก?

คำถามที่มักจะค้างคาใจสำหรับคนส่วนใหญ่คือ “การไหว้พระภูมิเจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอก” ซึ่งจำนวนธูปนั้นก็มีความหมายที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

ธูป 1 ดอก มักจะจุดไหว้วิญญาณเจ้าที่เจ้าทาง วิญญาณภาคพื้น ผีบ้านผีเรือน

ธูป 2 ดอก เกี่ยวข้องกับการจุดธูปบนอาหาร

ธูป 3 ดอก มักจะจุดบูชารัตนตรัย ได้แก่ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

ธูป 4 ดอก มักจะใช้สำหรับการเสริมดวงชะตา เกี่ยวข้องกับธาตุทั้ง 4 ภายในร่างกาย ได้แก่ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม และธาตุไฟ

ธูป 5 ดอก มักจะจุดบูชารัตนตรัย บิดามารดา และครูบาอาจารย์

ธูป 6 ดอก นิยมในการเสริมดวงชะตาของคนที่เกิดวันอาทิตย์ตามไฟของพระอาทิตย์

ธูป 7 ดอก ใช้จุดไหว้ศาลเจ้าที่ ศาลตา-ยาย

ธูป 8 ดอก นิยมในการเสริมดวงชะตาตามกำลังพระอังคาร

ธูป 9 ดอก ใช้จุดไหว้ศาลพระภูมิ บูชาผู้มีพระคุณ รุกขเทวดา เจ้าป่าเจ้าเขา

ธูป 10 ดอก นิยมในการเสริมดวงชะตาตามกำลังพระเสาร์

ธูป 11 ดอก มักจะจุดบูชาเทวดาชั้นสูง

ธูป 12 ดอก นิยมในการเสริมดวงชะตาของราหูของคนที่เกิดวันพุธกลางคืน

ธูป 13 ดอก ไม่นิยมจุดบูชา เพราะเป็นเลขอัปมงคล

ธูป 14 ดอก บูชาคุณของพระสงฆ์

ธูป 15 ดอก นิยมในการเสริมดวงชะตาตามกำลังดาวจันทร์

ธูป 16 ดอก บูชาเทพชั้นสูง เกี่ยวข้องกับสวรรค์ทั้ง 16 ชั้น มักใช้ในพิธีกลางแจ้ง  

ธูป 17 ดอก นิยมในการสวดมนต์ เพื่อเสริมดวงชะตา

ธูป 18 ดอก  ไม่นิยมจุดบูชา เพราะเป็นเลขอัปมงคล

สำหรับคำถามที่ว่า “ไหว้พระภูมิเจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอก” สามารถสรุปได้ว่า “การไหว้ศาลพระภูมิจุดธูปเพียง 9 ดอก และการไหว้ศาลเจ้าที่ ศาลตา-ยายจุดธูปเพียง 7 ดอก” โดยสิ่งของที่มักจะไหว้ศาลทั้ง 2 ศาลประกอบไปด้วย พวงมาลัย ดอกไม้ และของคาวหวาน

Categories
สิริมงคล

ไหว้เจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอก กับหลักการและวิธีการไหว้ที่ถูกต้อง

การไหว้เจ้าที่เป็นธรรมเนียมที่คนไทยส่วนใหญ่จะมีการปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาอย่างช้านาน โดยคนไทยมีความเชื่อว่าเจ้าที่มีหน้าปกป้องดูแลและคุ้มครองคนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น

เพื่อความสิริมงคลในการใช้ชีวิตและการประกอบกิจการจึงมีการกราบไหว้เจ้าที่กันในเทศกาลต่าง ๆ แต่หลายคนยังเกิดความสับสนว่า ไหว้เจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอก จึงจะดีจึงจะเสริมสิริมงคลให้กับตนเองไปหาคำตอบได้ในบทความนี้ 

จำนวนธูปที่ใช้

ซึ่งบางท่านอาจจะมีความสงสัยว่าไหว้เจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอก และจะต้องมีการเตรียมธูปให้มีความเหมาะสมกับการไหว้อย่างไรบ้าง ซึ่งจะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.การไหว้ผี โดยการไหว้สัมภเวสีหรือผีไร้ญาติเราควรใช้ธูป 1 ดอก

2.การไหว้พระ สำหรับการไหว้เราจะต้องใช้ธูป 3 ดอก เพราะธูป 3 ดอก หมายถึงตัวแทน ของพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

3.การไหว้เทพเจ้า คือ การกราบไหว้ตามหลักศาสนาพราหมณ์หรือฮินดู โดยจะใช้ธูปประมาณ 8 ดอก

ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้อง

โดยการไหว้เจ้าที่ถือว่ามีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากและไม่มีความซับซ้อนมากนัก โดยเราสามารถจัดเตรียมสิ่งของต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ซึ่งจะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.ทำความสะอาดบริเวณศาลเจ้า ซึ่งก่อนที่จะทำการไหว้เจ้าที่เราจะต้องมีการปัดกวาดเช็ดถูบริเวณศาลเจ้าให้มีความสะอาดเรียบร้อย ซึ่งถ้าหากพบว่ามีเศษดอกไม้ที่แห้งเหี่ยวหรือเศษขยะต่าง ๆ ที่อยู่รอบศาลเราควรรีบนำไปทิ้งขยะทันที

2.การเตรียมสิ่งของไหว้เจ้า โดยอาหารที่เตรียมสำหรับการไหว้เจ้าที่จะขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้ต้องการไหว้ โดยหลัก ๆ แล้วสิ่งที่ต้องเตรียมก็จะมี น้ำชา น้ำอัดลม น้ำเปล่า เหล้า พวงมาลัยหรือดอกไม้สด หมากพลู อาหารคาวและขนมหวาน โดยถ้าเป็นคนไทยเชื้อสายจีนก็จะมีการเตรียมกระดาษเงินและกระดาษทองตามหลักความเชื่อของศสานา

3.จำนวนธูปที่ใช้ ซึ่งตามหลักการไหว้เจ้าที่นั้นจะใช้ธูปเพียงแค่ 5 ดอก ซึ่งจะต่างการไหว้สัมภเวสีที่จะธูปแค่ 1 ดอกเท่านั้น

4.การกล่าวคำไหว้เจ้าที่ ภายหลังจากที่เราทำการจุดธูปเทียนเรียบร้อยแล้ว ให้เราหันหน้าไปทางศาลเจ้า พร้อมกล่าวคำไหว้ขอพร โดยการบอกชื่อนามสกุล พร้อมกับขอขมาในสิ่งที่เคยล่วงเกินไปและขอให้เจ้าที่จงประทานพรให้ครอบครัวของข้าพเจ้าพอเจอแต่สิ่งดี ๆ  

5.การลาของไหว้ เมื่อธูปที่เราจุดไว้หมดลงให้เราทำการบอกกล่าวลาเจ้าที่ว่า “ข้าพเจ้าจะนำอาหารเหล่านี้ไปรับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคล” พอเรากล่าวจบเราก็สามารถนำอาหารที่ไหว้เสร็จแล้วให้นำไปแจกจ่ายให้คนในบ้านได้รับประทาน

ซึ่งการไหว้เจ้าที่ใช้ธูปกี่ดอกตามหลักความเชื่อของศาสนาที่มีการสืบทอดต่อกันมา ก็จะมีการเตรียมจำนวนธูปที่จะแตกต่างกันออกไปตามหลักวัตถุประสงค์ในการไหว้ อีกทั้งในส่วนของการจัดเตรียมข้าวของต่าง ๆ ต้องมีการคัดสรรให้มีความเหมาะสมเพราะเชื่อว่าการมอบสิ่งดี ๆ จะได้ผลตอบรับเป็นสิ่งดี ๆ ที่จะนำพาชีวิตของเราให้เจริญรุ่งเรือง

Categories
สิริมงคล

ผลไม้ไหว้เจ้าที่ 9 อย่าง ช่วยเสริมดวงชะตาเจริญรุ่งเรือง

คนไทยส่วนใหญ่ตั้งแต่โบราณมามักจะมีความเชื่อเรื่องการไหว้เจ้าที่ ไหว้ศาลพระภูมิ หรือไหว้ศาลตายาย ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้เลย คือผลไม้ไหว้เจ้าที่ เพราะเชื่อว่าการเตรียมผลไม้ที่เป็นมงคลมาเป็นองค์ประกอบในการไหว้จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ไหว้ และคนในครอบครัวมีความเจริญรุ่งเรือง มีแต่เรื่องเป็นมงคล เรื่องโชคลาภ เข้ามาในชีวิต เหมือนผลไม้มงคลต่างๆที่สรรหานำมา

ผลไม้ไหว้เจ้าที่ 9 อย่าง ที่จะช่วยเสริมความเจริญรุ่งเรือง

1.ส้มสีทอง

ส้มยิ่งถ้าหากเลือกเปลือกส้มที่มีสีเหลืองทองด้วยแล้ว จะยิ่งเสริมความเจริญรุ่งเรือง ความร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมาเหมือนสีเปลือกส้ม แทบเป็นผลไม้ไหว้เจ้าที่ ที่จะขาดไม่ได้เลยจะต้องมีในทุกๆพิธีกรรมที่เป็นมงคลต่างๆ ถือได้ว่าเป็นผลไม้ที่จะต้องนึกถึงอันดับแรก

2.สาลี่

เชื่อกันว่า สาลี่เป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณที่ช่วยแก้ร้อนใน หากใครได้รับประทานแล้วจะเกิดความสดชื่น ถือได้ว่าเป็นผลไม้ไหว้เจ้าที่อีกชนิด ที่จะขาดไม่ได้ เพราะจะช่วยให้ผู้ไหว้และครอบครัว อยู่กันอย่างร่มเย็น มีความเจริญ ไม่เจ็บป่วยไข้ได้ง่าย

3.ทับทิม

ผลไม้ชนิดนี้ หลายคนเชื่อว่าจะช่วยให้ครอบครัวมีแต่ความสามัคคี มีความอบอุ่น ไม่มีเรื่องให้ทะเลาะเบาะแว้ง หรือทำให้แตกแยก เหมือนกับเมล็ดของทับทิมที่เกาะกันเหนียวแน่น ถึงผ่าออกมาแล้วก็ไม่มีแตกกระจายออกจากกัน

4.ลิ้นจี่

ด้วยเปลือกของลิ้นจี่มีสีแดง ตามความเชื่อของคนไทยเชื้อจีนว่าเป็นสีที่เป็นมงคล เหมาะจะนำมาเป็นผลไม้ไหว้เจ้าที่ เพราะจะช่วยเสริมให้ผู้ไหว้และครอบครัวได้พบเจอแต่เรื่องดีๆ เฮงๆเข้ามาในชีวิต และยังจะช่วยเสริมให้ครอบครัวดูดีมีฐานะขึ้นอีกด้วย

5.แอปเปิล

ด้วยความเชื่อที่ว่าสีแดง เป็นสีที่มีแต่ความมงคล เหมาะจะใช้ประกอบกับพีธีกรรมมงคลต่างๆ การไหว้ด้วยแอปเปิลจึงต้องเน้นที่มีเปลือกสีแดงมากกว่าการใช้สีเขียว ซึ่งจะช่วยเรื่องการปัดเป่าโรคภัยต่างๆให้ไกลตัว ทำให้คนในครอบครัวมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยได้ง่าย

6.องุ่น

ผลไม้ไหว้เจ้าที่อีกชนิดที่จะเน้นสีแดง ซึ่งองุ่นแดง จะช่วยเสริมเรื่องการทำงาน หรือกิจการใดๆก็ตาม จะมีความเจริญงอกงามด้วยเงินทอง ความก้าวหน้า เปรียบเสมือนพวงองุ่นที่ออกเมล็ดเป็นพวงสวยงาม น่าารับประทาน

7.แก้วมังกร

ก็ต้องบอกว่าถ้าเชื่อเรื่องสีแดงที่เป็นมงคลแล้ว ก็คงจะไม่พ้นแก้วมังกร นอกจากจะมีเปลือกสีแดงแล้วก็จะต้องเลือกแก้วมังกรชนิดที่มีเนื้อสีแดงด้วย เพราะจะช่วยเสริมความเป็นมงคลกับการไหว้ในพีธีมงคลต่างๆ จะช่วยให้มีความเจริญรุ่งเรือง

8.กล้วยหอม

กล้วยก็เป็นผลไม้ไหว้เจ้าที่ ที่จะขาดไม่ได้เช่นกัน เพราะเชื่อกันว่า กล้วยที่เป็นหวีเปรียบเสมือนการมีลูกหลานไว้สืบสกุลไม่ขาดสาย มีลูกน้อง บริวารที่มีความจงรักภักดี รวมไปถึงกระทั่ง การทำกิจการใดๆจะได้ผ่านไปได้ราบรื่น

9.สับปะรด

ผลไม้ไหว้เจ้าที่อีกชนิด ที่แสดงถึงความรอบคอบในการจัดการสิ่งต่างๆ การมีสายตาที่สามารถจะมองสิ่งรอบตัวได้อย่างกว้างขวาง ทำให้มีความรอบรู้ พร้อมจะแก้ไขสถานการณ์ต่างๆที่อาจจะไม่ดีต่อครอบคัวได้อย่างทันเวลา และแก้ไขถูกต้อง

Categories
สิริมงคล

ที่มาและวิธีบูชาปี่เซียะเรียกทรัพย์

ตามความเชื่อของจีน “ปี่เซียะ” เป็นลูกของมังกรตัวที่ 9 มีชื่ออีกชื่อหนึ่งที่แปลว่ากวางสวรรค์ เป็นสัตว์มงคลที่ช่วยดึงดูดทรัพย์ให้กับผู้เป็นเจ้าของ โดยเฉพาะผู้ทำการค้าขาย เพราะเชื่อว่าเป็นสัตว์มงคลที่กินเงินทองเป็นอาหารโดยไม่มีรูทวาร

จึงเปรียบเปรยกับการรับทรัพย์เข้ามาในมือโดยไม่เสียออกไป และมีความเชื่อว่าช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายจากชีวิต ช่วยคุ้มครองให้ปลอดภัย ทำให้เป็นที่นิยมบูชากันทั่วไป บทความนี้จะเสนอลักษณะและวิธีบูชาปี่เซียะให้นำไปปฏิบัติ

ลักษณะของปี่เซียะ 

ด้วยความที่เป็นสัตว์ในตำนาน มีการบรรยายรูปร่างลักษณะที่พิศดารไว้ว่า มีหัวคล้ายสิงโต มีปีกเหมือนกับนก มีหลังคล้ายกับปลา และลักษณะที่โดดเด่นที่สุดคือไม่มีรูทวาร ปี่เซียะตัวเมียจะก้าวขาขวาไปข้างหน้า ในขณะที่ปี่เซียะตัวผู้จะก้าวขาซ้าย วิธีสังเกตลักษณะของปี่เซียะที่ดี คือ ควรมีปากกว้างเพื่อรับทรัพย์ หัวและหน้าอกตั้งเชิด ดูน่าเกรงขาม และมีลิ้นยาวช่วยเรียกทรัพย์ได้ไกล 

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนปัจจุบัน ปี่เซียะจึงมีหลากหลายขนาดและการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นสายคล้องโทรศัพท์มือถือ สร้อยข้อมือ หรือจี้สร้อยคอขนาดเล็ก สำหรับผู้ที่ต้องการพกพาติดตัว มักเป็นปี่เซียะแบบเดี่ยว ส่วนแบบตั้งโต๊ะ มักนิยมบูชาเป็นคู่ทั้งปี่เซียะตัวผู้และตัวเมีย โดยเฉพาะในหมู่คนค้าขาย 

วิธีบูชาปี่เซียะ และ ข้อควรระวัง 

เมื่อนำปี่เซียะเข้ามาในบ้าน จะต้องทำการบอกกล่าวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นที่อยู่ในบ้านเสียก่อน เพื่อเป็นการเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในบ้าน โดยจุดธูปบูชาและบอกกล่าวว่า ต่อจากนี้จะนำปี่เซียะเข้ามาอยู่ด้วย จากนั้นเจ้าของต้องทำการเบิกเนตรของปี่เซียะ

เพื่อให้รับรู้ว่าต่อไปนี้ปี่เซียะจะทำหน้าที่ดึงดูดทรัพย์ให้กับเจ้าของ ตามความเชื่อของจีนให้ใช้ น้ำร้อนและน้ำเย็นเพื่อสื่อความหมายแทนสมดุลระหว่างหยินกับหยาง โดยนําปี่เซียะที่จะบูชาวางลงในภาชนะที่รองรับน้ำได้ ให้เจ้าของรินน้ำร้อนและน้ำเย็นพร้อมๆ กัน แช่เอาไว้อย่างนั้นอย่างน้อยชั่วโมงหรือบางคนอาจถึง 2 คืน

ในกรณีที่แช่ไว้เพียงหนึ่งชั่วโมง ให้นำผ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง โดยเริ่มจากเช็ดดวงตาเพื่อเป็นการเบิกเนตร และให้เจ้าของมองตาเพื่อให้ปี่เซียะจดจำว่าเป็นเจ้าของ สำหรับใครที่แช่ไว้นานกว่านั้น ในระหว่างที่แช่ให้หมั่นมองที่ตาปี่เซียะบ่อย ๆ 

การจัดวางสำหรับผู้ที่บูชาปี่เซียะเป็นคู่ ให้ตั้งไว้คู่กัน โดยปี่เซียะตัวเมียที่ก้าวขาขวาไปข้างหน้าให้วางไว้ด้านขวา และปี่เซียะตัวผู้ที่ก้าวขาซ้ายไปข้างหน้าให้วางไว้ด้านซ้าย จัดวางท่าของปี่เซียะให้ก้นติดกัน ส่วนหัวแยกออกจากกันเล็กน้อยทำองศา 30 ถึง 45 องศา

วิธีบูชาปี่เซียะที่ดีคือตั้งไว้ในที่สูงหน่อย แต่ระวังไม่ให้สูงเกินพระในบ้าน ส่วนปี่เซียะที่เป็นสร้อยข้อมือ ใส่ข้อมือด้านขวาเน้นเรื่องอำนาจบารมี และด้านซ้ายเน้นเรื่องโชคลาภเงินทอง 

สิ่งที่ต้องระวังคือไม่นําปี่เซียะไปในที่ที่ไม่เป็นมงคลเพื่อป้องกันการดูดซับพลังงานที่ไม่ดี ไม่ควรให้ปี่เซียะกับผู้อื่นไปบูชาต่อเพราะถือเป็นสัตว์มงคลส่วนตัวของเจ้าของคนนั้นแล้ว และที่สำคัญไม่ควรโดนปากหรือเช็ดที่ปากปี่เซียะเพราะถือว่าจะทำให้รับทรัพย์ได้ไม่ดี

ใครที่กำลังมองหาปี่เซียะมาบูชา ก็อย่าลืมนำวิธีเหล่านี้ไปใช้เพื่อได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด